จากฉงชิ่ง เราสามารถนั่งรถไฟหรือรถบัสไปที่เมืองอู่หลงได้ โดยเมืองอู่หลงนี้จะมีหุบเขาสูงตระการตาและยังเป็นที่ตั้้งของโรงเตี๊ยมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย โดยสถานที่ที่เป็นที่ตั้งของโรงเตี๊ยมนี้คือ Three Natural Bridges (Tiānshēng sān qiáo 天生三桥) ซึ่งจะอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติ Wulong Karst (Wǔ lóng kāsītè lǚyóu qū 武隆喀斯特旅游区)

หากเดินทางไปเองโดยรถไฟ เราสามารถไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟฉงชิ่งเหนือ (Chongqing North Railway Station 重庆北站) เพื่อไปยังอู่หลงได้ การจองตั๋ว สามารถจองผ่านแอป Trip.com ไปล่วงหน้าได้เลย (แนะนำให้ซื้อตั๋วล่วงหน้าก่อน 1 เดือนขึ้นไป เพราะตั๋วจะเต็มเร็วมากๆ) ตั๋วรถจะไปหลายราคา ตามชนิดที่นั่ง (hard sleeper, hard seat, soft sleeper, no seat) และชนิดของรถไฟ (รถไฟปกติหรือรถไฟความเร็วสูง) ครับ

แต่อีกทางเลือกที่ง่ายกว่าสำหรับคนไทย คือติดต่อบริษัททัวร์ที่มีบริการจองตั๋วรถบัสและตั๋วเข้าชมอุทยานให้เราได้เลย แถมมีพนักงานคอยช่วยเหลือและให้ข้อมูลตลอดทริปผ่านทาง WeChat ด้วย ส่วนตัวผมใช้บริการของ China Easy Ticket ซึ่งเจ้าหน้าที่ดูแลเป็นอย่างดี แจ้งจุดขึ้น ลง รถบัสอย่างชัดเจน และยังช่วยติดต่อกับไกด์คนจีนให้ด้วย (ในกรณีที่ไปทริปที่มีไกด์) ผมไม่ได้ค่าโฆษณาแต่อย่างใดนะครับ ใครสนใจติดต่อก็ไปที่ Facebook page ของเค้าได้เลย

ทางทีมงานของ China Easy Ticket จะส่งจุดขึ้นรถพร้อมทั้งพิกัดมาให้เราเลยใน WeChat โดยเราสามารถพิมพ์ค้นหาในแอป Baidu Map คำว่า 重庆大轰炸惨案遗址 ได้เลยครับ แต่หากใครไปถึงแถวนั้นแล้วไม่แน่ใจ ผมจะส่งภาพจุดรอขึ้นรถมาให้ครับ โดยเราควรไปรอตั้งแต่ 07.00-07.15 น. เพราะรถอาจออกเลยถ้าคนเต็มแล้ว โดยทาง China Easy Ticket จะแจ้งเลขทะเบียนรถมาให้ทาง WeChat ด้วยครับ เมื่อรถมาแล้ว เราก็แค่เอาพาสปอร์ตยื่นให้พนักงานเช็คตั๋วดูก็ขึ้นรถได้เลยครับ

จุดรอรถบัส จะมีร้านสะดวกซื้ออยู่ด้วย สามารถแวะซื้ออาหารหรือน้ำตุนไประหว่างเดินทางได้ครับ แต่ระหว่างทางจะมีจอดพัก 1 ครั้ง ให้เข้าห้องน้ำหรือแวะซื้ออะไรกินกันด้วย
หากใครอยากชิมซาลาเปาแบบท้องถิ่น ก็สามารถเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งได้ ร้านนี้จะเปิดแต่เช้าเลย และข้างๆ ร้านซาลาเปาก็จะมีห้องน้ำสาธารณะให้ด้วย เผื่อใครต้องเข้าก่อนเดินทางครับ
ห้องน้ำสาธารณะที่อยู่ข้างๆ ร้านซาลาเปา ความสะอาดพอใช้ได้ครับ แต่กลิ่นบุหรี่เยอะพอสมควร เพราะคนที่นี่ชอบสูบบุหรี่กันในห้องน้ำและร้านอาหาร
ภายในรถบัสที่นั่งไปอู่ฮั่น ที่นั่งสบายใช้ได้ และข้อดีคือในรถสาธารณะจะห้ามสูบบุหรี่ ทำให้ไม่มีกลิ่นบุหรี่ (แต่มีกลิ่นอาหารและหมาล่าที่เค้าพกมาทานในรถกันบ้าง)
จุดที่รถมาส่ง จะอยู่หน้าอาคารพีระมิดหรือศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเลยครับ โดยรถสีน้ำเงินที่เห็นจะมีบอกว่าต่อไปที่ไหนได้บ้าง เช่น ไปหุบเขานางฟ้า (Xiānnǚ shān 仙女山)
หรือไปในเมืองอู่ฮั่น
อาคารพีระมิด (ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว) ตอนกลางคืน

คนส่วนมากเมื่อมาถึงก็จะเข้าอาคารพีระมิดแล้วไปเที่ยวต่อที่สะพานสวรรค์หรือ Three Natural Bridges (Tiānshēng sān qiáo 天生三桥) และน้ำตกมังกรหรือ Longshuixia (Lóng shuǐ xiá de fèng Crack) 龙水峡地缝 ได้เลยครับ โดยจะมีการสแกนกระเป๋าก่อนเข้าอาคารด้วย (ปลอดภัยมากๆ) จากนั้นจะเป็นจุดตรวจตั๋ว โดยหากเราจองกับทาง China Easy Ticket มาแล้ว แค่แสดงพาสฟอร์ตก็เข้าได้เลยครับ และเมื่อลงไปชั้นล่างสุด จะเป็นจุดขึ้นรถบัสของอุทยานต่อไปยังที่เที่ยวทั้ง 2 แห่ง สามารถอ่านป้ายได้เลย มีภาษาอังกฤษด้วยครับ สะดวกมากๆ

แต่ผมวางแผนไว้ว่าจะพักที่นี่ 1 คืน เพื่อที่จะได้ไปเที่ยวได้อีก 1 ที่ คือ หุบเขานางฟ้า หรือ Fairy Mountain (Xiānnǚ shān 仙女山) ผมเลยจองที่พักที่ 十一里酒店(仙女山遊客中心店)(Shoyiri-La Hotel – Fairy Mountain Visitor Center) ซึ่งจะอยู่ข้างๆ กับอาคารพีระมิดเลยครับ เดินไปได้ประมาณ 50-100 เมตร เจ้าของเป็นสามี ภรรยาชาวจีนที่เป็นกันเองและน่ารักมากๆ ครับ ถึงแม้เค้าจะพูดอังกฤษได้เป็นคำๆ แต่เราก็ใช้ Google Translate แปลคุยกันได้ เค้ายินดีให้ความช่วยเหลือเต็มที่

โรงแรม 十一里酒店(仙女山遊客中心店)(Shoyiri-La Hotel – Fairy Mountain Visitor Center) หากหันหน้าหาอาคารพีระมิด ให้เดินทางทางซ้ายมือ ลงถนนข้างทางเข้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวไปนิดเดียวก็ถึงแล้วครับ
ห้องพักก็สบายดี มีมาม่า ขนม น้ำให้เพียบเลย และห้องน้ำก็มีเครื่องทำน้ำอุ่น แชมพู สบู่ให้ด้วย

หลังจากเอากระเป๋าไปฝากที่โรงแรมแล้ว เราก็เดินกลับไปที่อาคารพีระมิด เพื่อที่จะเดินทางต่อไปที่หุบเขานางฟ้า โดยจุดขึ้นรถจะอยู่ข้างๆ จุดที่รถบัสมาส่งเราตอนที่มาครั้งแรกเลยครับ

จุดขึ้นรถบัสที่ต่อไปที่หุบเขานางฟ้า ค่ารถคนละ 8 หยวน
สามารถสแกนจ่ายโดย Alipay หรือ WeChatPay ให้คนขับรถได้เลยครับ

แต่เรายังมีเวลาถมเถ เพราะพักที่นี่ เลยขอแวะไปนั่งทานข้าวที่คาเฟ่ที่อยู่ระหว่างที่พักกับอาคารพีระมิดก่อน บรรยากาศร้านเป็นแนวแคมปิ้งที่มีกลิ่นอายของญี่ปุ่นอยู่ด้วย (เจ้าของร้านเป็นวัยรุ่น สไตล์เลยมีความโดดเด่นกว่าร้านอื่นๆ ในย่านนี้) อาหารก็รสชาติดี เครื่องดื่มก็อร่อยมากเลยครับ

นั่งตรงนี้จะเห็นตึกของโรงแรมเราเลยครับ อากาศก็เย็นๆ ชิลๆ นั่งได้ยาวๆ
ข้าวผัดทะเลกับข้าวแกงกะหรี่ไก่รสชาติดีเลยครับ

หลังอิ่มท้องกันแล้ว เราก็ไปนั่งรถบัสเพื่อต่อไปที่หุบเขานางฟ้ากัน โดยรถบัสจะไปส่งที่อาคารจอดรถ และเราต้องเดินต่อไปที่อีกอาคารนึงเพื่อขึ้นรถของอุทยานต่อไปอีกที (รถอุทยานจะฟรีครับ)

หลังจากรถบัสมาส่งแล้ว เราจะไปต่อคิวที่อาคารนี้ต่อ เพื่อขึ้นรถของอุทยานไปหุบเขานางฟ้า
เดินต่อคิวกันตามราวกั้น โดยรถอุทยานจะทำคล้ายๆ รถไฟเล็กๆ แต่วิ่งไปบนถนนปกติ

รถอุทยานจะพาเรานั่งไปประมาณ 10-15 นาที ก็จะถึงหุบเขานางฟ้าแล้ว เราเดินต่อไปนิดเดียวก็จะเจอซุ้มประตูทางเข้าแล้วครับ

ซุ้มทางเข้าเป็นทางเดินไม้เข้าไป เดินสะดวกครับ คนสูงอายุก็มาได้
หากเดินเข้าไปลึกนิดนึงจะเจอฝูงน้องแพะ เดินมากินหญ้าใกล้ๆ เราเลย น้องเชื่องมากๆ
เราสามารถหาใบไม้แถวนั้นป้อนน้องพะก็ได้ครับ น้องจะเดินมากินใกล้ๆ เลย
หากเดินลึกเข้าไปอีกหน่อยก็จะเจอฝูงน้องวัว วัวที่นี่จะอ้วนและขนฟู น่ารักมากๆ ครับ

นอกจากจุดที่รถมาส่งจุดแรกแล้ว เรายังสามารถขึ้นรถบัสของอุทยานไปยังจุดอื่นๆ ได้อีก 3 จุดเลยครับ โดยจุดอื่นๆ ก็จะมีจุดเล่น zipline จุดขี่ม้า จุดชมวิวอื่นๆ หรือใครจะเดิน trekking ชมวิวไประหว่างทางโดยไม่ขึ้นรถบัสเอาก็ได้นะครับ

และเมื่อรถบัสวนไปทุกจุดแล้ว จะกลับมาส่งเราที่ทางออก โดยตรงทางออกของอุทยานที่จีนจะมีร้านขายของชำร่วยและอาหารพื้นเมืองเยอะแยะเลยครับ ผมเลยลองชิมของทานเล่นที่นี่ดู เป็นหน่อไม้ต้นเล็กๆ เอาไปคลุกผงหมาล่าแล้วย่างๆ อร่อยมากๆ เลยครับ ใครได้มาแนะนำให้ลองชิมเลย หน่อไม้ย่างใหม่ๆ จะร้อนๆ หวาน กรอบ บวกกับผงหมาล่าที่เผ็ดชาและบรรยากาศเย็นๆ แล้วเข้ากันมากครับ อ้อ เราสามารถจ่ายโดยสแกน Alipay ได้เลยนะครับ เกือบทุกร้านจะมี QR Code Alipay ให้เราอยู่แล้วครับ (แต่หากร้านไหนไม่มี เค้าจะคุยกับร้านข้างๆ ให้เราไปจ่ายให้ร้านข้างๆ ของเพื่อนเค้าแทนได้ครับ น่ารักมากๆ)

คุณป้าตั้งใจย่างให้เต็มที่ ใจดีมากๆ ครับ
นอกจากหน่อไม้แล้ว ก็ยังมีของทานเล่นอีกเพียบเลยครับ ผมลองซี่โครงแพะไป เหนียวไปหน่อย แต่รสชาติดีครับ เข้าใจรสชาติของเนื้อตากแห้งในหนังจีนโบราณเลย
ร้ายขายโยเกิร์ตยี่ห้อท้องถิ่นของอู่หลง นมที่นี่หวานมันมาก เพราะน้องวัวกินหญ้าจากบนเขานี้ ที่อุดมสมบูรณ์มากๆ และน้องวัวมีอิสระสุดๆ
มีร้านขายขนมพื้นเมืองด้วยครับ แป้งจะเหนียวหนึบคล้ายๆ โมจิเลย แล้วเคลือบด้วยน้ำตาลทรายแดง (ที่สีไม่แดงแบบบ้านเรา น่าจะทำจากพืชท้องถิ่นที่ให้รสหวานครับ)
ส้มที่อู่หลงก็หวานฉ่ำอร่อยมากเหมือนกันครับ ใครชอบทานส้มลองดูได้เลย

หลังชิมอะไรเรียบร้อยแล้ว เราก็ไปขึ้นรถบัสเพื่อกลับไปยังศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (อาคารพีระมิด) ได้แถวๆ นั้เลยครับ

จุดขึ้นรถกลับไปศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (อาคารพีระมิด)
รถจะมาส่งหน้าศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (อาคารพีระมิด) ตามเดิม

จากนั้นเราก็กลับที่พัก หรือใครจะเดินเที่ยวช็อปปิ้ง ทานอาหารค่ำกันก่อนก็ได้ครับ แถวๆ รอบๆ ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (อาคารพีระมิด) จะมีร้ายอาหาร ร้านค้า ฯลฯ เยอะแยะเลยครับ

รถสามล้อไฟฟ้าขายผลไม้
ร้ายผลไม้แบบที่ชาวบ้านหาบใส่ตะกร้ามาขายกันเองก็มี
ร้านอาหารจีนท้องถิ่นที่ลองชิม
แต่ละจานคือใหญ่มากๆ ใครจะสั่งอาหารที่จีน ให้ระวังไว้เลยว่าปริมาณต่อจานจะเยอะมากๆ แต่หากสั่งเยอะและทานไม่หมด สามารถให้เค้าใส่ถุงกลับบ้านได้ครับ

อาหารรสชาติก็จะจืดๆ หน่อย แต่ถือว่าอร่อยเลยครับ ในภาพผมลองสั่งแกงปลาที่มีขิง เห็ด ต้นหอม พริกแห้ง ผัดหน่อไม้ใส่หมูสับ และใบท้อชุบแป้งทอด ก็ถือว่าอร่อยทุกอย่างเลยครับ เยอะมากๆ ด้วย ขอเค้าห่อกลับไปทานได้อีกมื้อนึงสบายๆ

ตอนหน้าเราจะพาไปเที่ยวโรงเตี๊ยมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก พร้อมทั้งน้ำตกมังกร (Lóng shuǐ xiá 龙水峡地缝) ครับ รอติดตามได้เลย

หน้าแรก

เตรียมตัวก่อนเดินทาง

การตั้งค่าและใช้งาน Didi แอปแท็กซี่ในจีน

เที่ยวรอบๆ เมืองฉงชิ่ง ep.1

เที่ยวรอบๆ เมืองฉงชิ่ง ep.2

เที่ยวรอบๆ เมืองฉงชิ่ง ep.3

เที่ยวรอบๆ เมืองฉงชิ่ง ep.4

7 responses to “See the unseen – ฉงชิ่ง อู่หลง ต้าจู – อู่หลง ep.1”