ในฉงชิ่งมีสถานที่ที่น่าไปเยี่ยมเยือนเยอะพอสมควร หากต้องการเก็บให้ครบแบบไม่รีบร้อนนัก ใช้เวลาในการเที่ยวประมาณ 3 วันจะพอดีครับ แต่หากเวลาน้อยหน่อย 2 วันก็ยังพอได้ แต่จะเหนื่อยนิดนึง เพราะที่นี่สถานที่แต่ละแห่งจะต้องเดินด้วยเท้าค่อนข้างมาก (แม้แต่การต่อรถไฟฟ้าในบางสถานียังต้องเดินไกลมากๆ)

การเดินทางในเมืองฉงชิ่งที่ได้แนะนำไปในตอนที่แล้วคือแท็กซี่ แต่ตอนนี้ผมจะมาแนะนำการเดินทางด้วยรถไฟฟ้ากัน (ระบบรถไฟฟ้าที่นี่จะบอกยากว่าเป็นระบบใต้ดินหรือบนดิน เพราะแต่ละช่วงมีทั้งลอยฟ้าและมุดลงใค้ดินในสายเดียวกันเลย)

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจระบบการซื้อตั๋วรถไฟฟ้าที่นี่กันครับ

  • การซื้อด้วยเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ ระบบนี้ก็คล้ายๆ ระบบที่มีในกทม. บ้านเราเลย คือกดเลือกภาษาก่อนที่มุมขวาบน (มีภาษาจีนและอังกฤษ) จากนั้นก็กดเลือกสถานีปลายทางที่เราจะไปได้เลย (ไม่ต้องเลือกสถานีที่เราต้องต่อรถนะครับ เลือกปลายทางทีเดียวได้เลย) จากนั้นเลือกจำนวนตั๋วที่ต้องการซื้อ แล้วก็จ่ายเงิน วิธีการจ่ายยเงินนั้นจะมี 2 แบบคือ สแกนจ่าย (เลือกได้ว่าจะเป็น WeChatPay Alipay – สำหรับคนไทย สามารถจ่ายด้วย Alipay by TrueMoney ตามที่เคยบอกไปในตอนก่อนหน้าได้เลยครับ) หรือเงินสด (สำหรับตู้ที่มีช่องจ่ายด้วยเงินสดเท่านั้น ไม่ได้รับทุกตู้นะครับ โดยการจ่ายด้วยเงินสดนั้นแต่ะเครื่องจะมีระบุไว้เลยว่ารับเหรียญหรือแบงก์ขนาดใดบ้าง และการทอนเงินก็จะทอนมาในช่องเดียงกับช่องที่จำหน่ายตั๋วเหมือนบ้านเราเลยครับ) โดยการซื้อจากเครื่องนี้จะเป็นการซื้อรายครั้งเท่านั้นครับ (ซึ่งราคาไม่แพงเลย ราคาคิดตามระยะทาง โดยเริ่มต้นที่ 2 หยวนเท่านั้นครับ) ซึ่งตั๋วแบบนี้เราจะต้องเสียบเข้าช่องตรวจตั๋วเวลาถึงสถานีปลายทางแล้ว เพราะเครื่องจะเก็บตั๋วคืนไปที่ช่องเช็คตั๋วครับ
  • การซื้อกับเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว จะเป็นช่องทางที่เราสามารถซื้อตั๋วรายวันได้ ซึ่งตั๋วรายวันนี้มีราคา 18 หยวน (ประมาณ 90 บาท) โดยจะใช้ได้ 24 ชั่วโมง นับจากการใช้ตั๋วครั้งแรกครับ หากใครวางแผนเที่ยวหลายๆ จุดในวันเดียว ตั๋วแบบนี้จะคุ้มมากๆ ครับ แถมตั๋วแบบนี้เราสามารถเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ด้วย เพราะตั๋วแบบนี้เราสามารถแตะตั๋วที่จุดสแกนของช่องตรวจตั๋วเวลาถึงสถานีปลายทาง เพื่อเดินผ่านช่องออกมาพร้อมตั๋วได้เลย โดยการขอซื้อตั๋วจากเจ้าหน้าที่ เราสามารถเดินไปบอกเค้าที่เคาน์เตอร์ได้เลยว่า รื่อเพี่ยว (日票 rì piào) แล้วก็บอกไปว่ากี่คน เช่น คนเดียวก็ อีเก้อเหริน (一个人 yīgè rén) สองคนก็ เหลี่ยงเก้อเหริน (两个人 liǎnggè rén) สามคนก็ ซานเก้อเหริน (三个人 sāngè rén) เป็นต้น โดยเราสามารถจ่ายด้วยเงินสดหรือใช้ Alipay by Truemoney เพื่อสแกนจ่ายได้เลยครับ

ต่อไปนี้จะเป็นที่เที่ยวต่างๆ ในเมืองฉงชิ่ง โดยผมจะมีพิกัดสถานีรถไฟฟ้าไว้ให้ด้วย จะได้ไปกันง่ายขึ้นครับ

ถนนคนเดินเจี่ยฟ่างเปย (Jiěfàng bēi zhōngyāng shāngwù qū 解放碑中央商务区)

พิกัด รถไฟฟ้าสายสีเขียว ไปลงสถานี Linjiangmen ออกทางออก 1 แล้วเดินย้อนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ จะเห็นจตุรัสเจี่ยฟ่างเปยเป็นเสาตระหง่านอยู่ ให้เราเดินตรงผ่านเสาไปจนถึงถนนเส้นที่ตัดขวางกับเส้นหลักที่มาจากจตุรัสเจี่ยฟ่างเปย แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนไป จะเป็นเส้นถนนที่เป็นแหล่งของกิน street food ที่ขึ้นชื่อต่างๆ ของฉงชิ่ง (บรรยากาศคล้ายๆ สยามสแควร์บ้านเราเลย จะมีคนเดินพลุกพล่านและร้านอาหารท้องถิ่นเยอะมากๆ)

สำหรับเครื่องดื่ม ร้านขายชาที่ขึ้นชื่อของจีนจะมี 4 ยี่ห้อ ซึ่งในฉงชิ่งมีอยู่ 2 ยี่ห้อที่มาเปิด คือ Chagee และ Modern China Tea Shop มีร้านกระจายอยู่ทั่วไปในตัวเมืองฉงชิ่ง รวมทั้งถนนคนเดินแห่งนี้ด้วย ชาทั้ง 2 เจ้านี้จะมีรสชาติหอมละมุนๆ อร่อยมากๆ ครับ

ส่วนใครอยากลองอะไรแปลกๆ ที่นี่ไอศกรีม soft serve แบบหน้าหมาล่าด้วย ซึ่งอร่อยแบบไม่น่าเชื่อ มีหน้าหมาล่า 3 ชนิดให้ได้ลองชิมกัน ราคาเริ่มต้นอยู่ 10 หยวน (ประมาณ 50 บาท) เท่านั้นครับ

นอกจากนี้จะมีร้านบะหมี่หมาล่ากระจายกันอยู่ทุกซอกทุกมุมของเมืองฉงชิ่ง อารมณ์เดียวกับร้านอาหารตามสั่งบ้านเราเลย สามารถลองชิมรสชาติหมาล่าแท้ เผ็ดๆ ซ่าๆ กันได้เลยครับ ส่วนมากเวลาเราสั่งจะใช้ Google Translate แปลจากป้ายที่เขียนไว้ (แนะนำให้เปิด roaming จากไทยไป จะได้ใช้ Google และแอปต่างๆ ในจีนได้ เพราะหากใช้ซิมที่ซื้อในจีน จะไม่สามารถใช้แอปหลายๆ ตัวได้ เช่น Google ทุกแอป Facebook IG YouTube ก็ใช้ไม่ได้ เว้นแต่คนที่สามารถใช้ VPN ได้ แต่ก็ไม่แนะนำครับ เพราะผิดกฎหมายจีน) แล้วชี้นิ้วสั่งจากเมนู หรือชี้นิ้วสั่งตามภาพได้เลยครับ โดยก๋วยเตี๋ยวที่นี่จะมีขนาดให้เลือกว่าต้องการกี่ก้อนด้วย (ขนาดมาตรฐานคือ 2 ก้อน บางร้านจะถามด้วยว่าเอากี่ก้อน เวลาสั่งให้พูดว่า “อ้าเหลียง” แต่หากใครทานจุ ให้สั่งสามก้อน หรือ “ซานเหลียง” ก็ได้ครับ)

สิ่งที่ผมประทับใจมากๆ ในร้านก๋วยเตี๋ยวคือพริกเผากับน้ำพริกที่เป็นเครื่องเคียงครับ เพราะว่าหอมอร่อยมากๆ และไม่เผ็ดเลย ใครได้ไปอยากให้ลองนะครับ รับรองติดใจแน่นอน

เพื่อไม่ให้ตอนนี้ยาวเกินไป ผมจะขอแบ่งเป็นตอนๆ นะครับ จะได้ง่ายต่อการอ่าน ตอนหน้าจะเป็นอะไร รอติดตามขมกันนะครับ

หน้าแรก

เตรียมตัวก่อนเดินทาง

การตั้งค่าและใช้งาน Didi แอปแท็กซี่ในจีน

เที่ยวรอบๆ เมืองฉงชิ่ง ep.2

เที่ยวรอบๆ เมืองฉงชิ่ง ep.3

เที่ยวรอบๆ เมืองฉงชิ่ง ep.4

อู่หลง ep.1

19 responses to “See the unseen – ฉงชิ่ง อู่หลง ต้าจู – เที่ยวรอบๆ เมืองฉงชิ่ง ep.1”

  1. See the unseen – ฉงชิ่ง อู่หลง ต้าจู – Kie's Journey Avatar

    […] เที่ยวรอบๆ เมืองฉงชิ่ง ep.1 […]

    Like

  2. See the unseen – ฉงชิ่ง อู่หลง ต้าจู – Kie's Journey Avatar

    […] เที่ยวรอบๆ เมืองฉงชิ่ง ep.1 […]

    Like

Leave a reply to See the unseen – ฉงชิ่ง อู่หลง ต้าจู – Kie's Journey Cancel reply